Tuesday, 24 March 2026 - 3:28 am
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120
Tuesday, 24 March 2026 - 3:28 am
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120

กทม. ผนึกกำลัง เจแอลแอล ประเทศไทย ยกระดับโครงการจัดการขยะทั่วเมือง

เจแอลแอล ประเทศไทย (NYSE:JLL)  เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการขยะทั่วเมืองของ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนอย่างเป็นทางการ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมาสนับสนุนการดำเนินงานของเมือง ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของเจแอลแอลในการบริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน พร้อมขยายมาตรฐานการจัดการขยะไปยังอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยทั่วกรุงเทพฯ

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ กทม. ในการยกระดับประสิทธิภาพการคัดแยกขยะ การรีไซเคิล และการลดปริมาณขยะทั่วเมือง ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนรายใหญ่ โดยการเชื่อมโยงแนวนโยบายของ กทม. เข้ากับระบบบริหารจัดการอาคารของเจแอลแอล โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการจัดการขยะในอาคารเชิงพาณิชย์ที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งมักต้องรับมือกับปริมาณขยะรายวันที่มาก ความหลากหลายของผู้เช่า และความซับซ้อนในการดำเนินงาน

เจแอลแอล เริ่มทำงานร่วมกับ กทม. ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เพื่อนำแนวทางการจัดการขยะที่สอดคล้องกับนโยบายของ กทม. มาใช้ในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยบางแห่งภายใต้การบริหารของบริษัท โดยระยะแรกมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอาคารสำนักงาน ซึ่งสามารถดำเนินมาตรการด้านการปฏิบัติงานและการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เช่าได้ในวงกว้าง โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานแบบเป็นระยะ เพื่อขยายมาตรฐานการจัดการขยะไปยังอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ที่เจแอลแอลบริหารในอนาคต

โครงการนี้สอดรับกับนโยบายการบริหารจัดการขยะในภาพรวมของกรุงเทพฯ โดยในปีงบประมาณ 2568 กรุงเทพมหานครมีการจัดเก็บขยะมูลฝอยเฉลี่ยประมาณ 9,560 ตันต่อวัน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นขยะอาหาร ทั้งนี้ การปนเปื้อนของขยะอาหารกับวัสดุประเภทอื่นยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากทำให้มูลค่าของวัสดุรีไซเคิลลดลงและเพิ่มความซับซ้อนในกระบวนการจัดการปลายทาง

เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว กทม.ได้ขยายโครงการคัดแยกขยะทั่วเมืองให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต พร้อมปรับแนวทางการบริหารจัดการขยะจากการมีส่วนร่วมโดยสมัครใจ ไปสู่มาตรการจูงใจตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle) โดยข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2568 ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันตามปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ ครัวเรือนที่มีปริมาณขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน จะเสียค่าธรรมเนียมรายเดือนในอัตรา 60 บาท และสามารถลดเหลือ 20 บาท หากลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ขณะที่ผู้ก่อให้เกิดขยะในปริมาณมากจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณขยะภายใต้แนวทาง Pay-As-You-Throw (PAYT) ซึ่งสะท้อนหลักการว่าผู้ที่สร้างขยะมากกว่าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในสัดส่วนที่มากกว่า

สำหรับอาคารสูง โดยเฉพาะอาคารเชิงพาณิชย์และโครงการมิกซ์ยูส ถือเป็นความท้าทายสำคัญด้านการดำเนินงาน เนื่องจากมีปริมาณขยะรายวันที่สูงและการคัดแยกขยะที่ยังไม่สม่ำเสมอ เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว กทม. จึงได้เริ่มโครงการนำร่องในเขตคลองเตยและเขตวัฒนา เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการขยะที่เหมาะสมกับอาคารที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การขยายผลในระดับเมืองต่อไป

“ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ความรับผิดชอบของเราคือการถ่ายทอดเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้กลายเป็นมาตรฐานการดำเนินงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในอาคาร โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมของอาคารเชิงพาณิชย์ที่มีความซับซ้อน” นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าว

“อาคารสำนักงานสร้างปริมาณขยะจำนวนมากในแต่ละวัน และการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการจำเป็นต้องอาศัยระบบที่มีความสม่ำเสมอ สามารถวัดผลได้ และขยายผลได้ในวงกว้าง การเข้าร่วมโครงการของ กทม. ในครั้งนี้จึงเป็นการปรับการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของเราให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของเมือง พร้อมกำหนดทิศทางที่ชัดเจนในการให้อาคารเชิงพาณิชย์ในพอร์ตการบริหารของเราเข้าร่วมโครงการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2569”

นายจักรพันธ์ ภวังคะรัตน์ หัวหน้าฝ่ายบริหารอาคาร เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าวเสริมว่าผู้บริหารอาคารมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการยกระดับการจัดการขยะของเมือง “อาคารเชิงพาณิชย์เป็นจุดเชื่อมระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติจริง ผ่านกระบวนการมาตรฐาน การติดตามข้อมูล และการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เช่า ผู้บริหารอาคารสามารถช่วยลดปริมาณขยะได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงาน เป้าหมายของเราคือการพัฒนาแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับอาคารสำนักงานที่หลากหลาย และสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว”

“การบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากนโยบายภาครัฐเพียงอย่างเดียว” นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “อาคารเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน เป็นแหล่งกำเนิดขยะรายวันในปริมาณมากของกรุงเทพฯ ความร่วมมือกับผู้บริหารอาคารอย่างเจแอลแอล ช่วยให้เมืองสามารถยกระดับประสิทธิภาพการจัดการขยะในพื้นที่ที่มีปริมาณการดำเนินงานขนาดใหญ่ และต้องอาศัยมาตรฐานการดำเนินงานที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ ในภาพรวม”

กรุงเทพมหานครยังดำเนินการเสริมสร้างประสิทธิภาพการจัดการขยะในระยะยาวผ่านการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการเก็บ ขนย้าย และกำจัดขยะ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบการภาคเอกชนให้มีความทันสมัยและมีมาตรฐานที่สอดคล้องกัน พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในระบบการจัดการขยะของกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น

โครงการนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของเจแอลแอล ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบในการดำเนินงาน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทรัพย์สินภายใต้การบริหารของบริษัท โดยการนำมาตรฐานการจัดการขยะที่สามารถขยายผลได้ไปใช้ในอาคารเชิงพาณิชย์ พร้อมต่อยอดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศไปสู่ชุมชนที่อยู่อาศัย เจแอลแอลมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในระดับเมือง และส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการจัดการขยะของ กทม. รวมถึงแนวทางการเข้าร่วมโครงการ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://greener.bangkok.go.th/waste-recycle/

spot_imgspot_img
spot_imgspot_img