Thursday, 6 August 2026 - 7:54 am
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120
Thursday, 6 August 2026 - 7:54 am
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120

GSTC สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกได้รับเสียงชื่นชม หลังเปิดตัวมาตรฐานอาหารและเครื่องดื่มฉบับใหม่ที่กำำหนดเกณฑ์เมนูจากพืช 30%

วอชิงตัน ดี.ซี. — สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) ได้รับคำชื่นชมในวันนี้จากมาตรฐานอาหารและเครื่องดื่มฉบับใหม่ ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในการดำเนินงานด้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ในอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยหนึ่งในข้อกำหนดของมาตรฐานใหม่นี้ ระบุว่าบริษัทที่ต้องการขอรับการรับรองจาก GSTC ต้องทำให้มั่นใจว่าอย่างน้อย 30% ของอาหารจานหลักและตัวเลือกมื้ออาหารเป็นอาหารจากพืช หรือเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบจากพืชเป็นหลัก (ซึ่งมาตรฐานกำหนดว่า ต้องมีส่วนประกอบจากพืชอย่างน้อย 95% ตามน้ำหนัก) สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ และองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมในภาคการท่องเที่ยว GSTC ให้การรับรองหน่วยงานรับรองอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจประเมินโรงแรม ผู้ประกอบการนำเที่ยว และจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ตามมาตรฐานสากลของ GSTC ปัจจุบันมีโรงแรมที่ได้รับการรับรองจาก GSTC มากกว่า 2,000 แห่งทั่วโลก ครอบคลุมหลายสิบประเทศในหลายทวีป GSTC ได้รับการยอมรับในฐานะเกณฑ์อ้างอิงที่น่าเชื่อถือด้านความยั่งยืนและความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว โดยมีผู้รับหลักการไปใช้เป็นสมาชิกจากหลากหลายภาคส่วนทั่วโลก ทั้งรัฐบาลระดับชาติและระดับจังหวัด บริษัทท่องเที่ยวชั้นนำ โรงแรม ผู้ประกอบการนำเที่ยว องค์กรไม่แสวงหากำไร บุคคล และชุมชนต่าง ๆ ซึ่งล้วนทำงานร่วมกันเพื่อมาตรฐานร่วมด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มีความรับผิดชอบและตรวจสอบได้

เกณฑ์มาตรฐานด้านอาหารจากพืชอยู่ภายใต้ข้อกำหนด A10.8 ของมาตรฐานฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดว่า “ในกรณีที่องค์กรมีการให้บริการอาหาร องค์กรต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการลดการพึ่งพาส่วนผสมจากสัตว์…สำหรับร้านอาหารแบบสั่งเป็นจาน (à la carte) และบุฟเฟต์ รวมถึงเมนูใด ๆ ที่มีอาหารหลายรายการ การปฏิบัติตามข้อกำหนดจะถือว่าเกิดขึ้นเมื่ออย่างน้อย 30% ของรายการอาหารหลักเป็นอาหารจากพืช หรือเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบจากพืชเป็นหลัก” เช่นเดียวกับมาตรฐาน GSTC ทั้งหมด มาตรฐานอาหารและเครื่องดื่มฉบับใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นขั้นต่ำ ที่ธุรกิจควรดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนทางสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ สำำหรับโรงแรมที่ได้รับการรับรองจาก GSTC อยู่แล้ว หรือกำลังยื่นขอรับการรับรอง มาตรฐานใหม่นี้สะท้อนให้เห็นว่าการประเมินรายการอาหารปัจจุบันเทียบกับเกณฑ์ดังกล่าว เป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำำหรับการพิจารณารับรองหรือการต่ออายุการรับรอง “ภาคบริการอาหารและเครื่องดื่มอยู่ในทุกส่วนของห่วงโซ่คุณค่าการท่องเที่ยว และการพัฒนามาตรฐานอาหารและเครื่องดื่มของ GSTC ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายการประยุกต์ใช้มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลกในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” Randy Durband ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GSTC กล่าว “ความก้าวหน้านี้สะท้อนถึงความร่วมมือและความมุ่งมั่นอันมีคุณค่าของผู้มีส่วนร่วมจำนวนมาก และตอกย้ำความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องของ GSTC ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนทั่วทั้งภาคส่วน ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมมาตรฐาน GSTC ทั้งหกชุด”

“การเปิดตัวมาตรฐานอาหารและเครื่องดื่มของ GSTC ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว” Nick Cooney กรรมการบริหารของ Lever Foundation ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และได้ทำงานร่วมกับ GSTC ในการพัฒนามาตรฐานฉบับใหม่นี้ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา กล่าว “ด้วยข้อกำหนดที่ชัดเจนและวัดผลได้ในการลดการใช้ส่วนผสมจากสัตว์และเพิ่มการใช้อาหารจากพืช มาตรฐานใหม่นี้มอบเกณฑ์ขั้นต่ำ ที่เป็นรูปธรรมให้กลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มในภาคการเดินทางสามารถนำไปดำเนินการได้ในประเด็นสำคัญนี้ Lever Foundation รู้สึกยินดีที่จะทำงานโดยตรงร่วมกับกลุ่มธุรกิจโรงแรมและผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มรายอื่น ๆ ต่อไป เพื่อช่วยพัฒนานโยบายอาหารจากพืชที่ช่วยยกระดับความพึงพอใจของแขก ลดต้นทุน และในขณะเดียวกันก่อให้เกิดประโยชน์ด้านความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ”

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าอาหารจากพืชใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยกว่าโปรตีนจากสัตว์อย่างมีนัยสำคัญ โดยก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่ามาก และใช้ที่ดินและน้ำในปริมาณน้อยกว่ามากเช่นกัน องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติยังพบว่าอาหารจากพืชก่อให้เกิดขยะอาหารน้อยกว่าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และนมอย่างมีนัยสำคัญ การผนวกข้อกำหนดด้านเมนูจากพืชเข้าไว้ในกรอบการรับรองของ GSTC จึงช่วยทำให้ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนขยายไปสู่หนึ่งในส่วนที่แขกสามารถมองเห็นและสัมผัสได้มากที่สุดของประสบการณ์ด้านการบริการอย่างมีความหมาย

เกี่ยวกับ LEVER FOUNDATION

Lever Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลกที่ดำเนินงานในเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และละตินอเมริกา ที่ทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำเพื่อยกระดับการจัดหาอาหารไปสู่ห่วงโซ่อุปทานที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ ความปลอดภัย และความยั่งยืนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการเพิ่มตัวเลือกอาหารจากพืชและการยกระดับมาตรฐานการจัดหาโปรตีนจากสัตว์ให้ดียิ่งขึ้น

spot_imgspot_img
spot_imgspot_img