Friday, 12 July 2024 - 9:23 pm
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120
Friday, 12 July 2024 - 9:23 pm
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120

พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ตอกย้ำความสำเร็จปี 65 เซ็นสัญญาลูกค้าใหม่กว่า 120,000 ตร.ม. แย้มข่าวดีปิดดีลเช่าคลังสินค้า Built-to-Suit 30,000 ตร.ม. ชูจุดเด่นบางพลีรองรับธุรกิจโลจิสติกส์ขยายตัว

พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ในเครือ บมจ.มั่นคงเคหะการ เดินหน้าสร้างการเติบโตเต็มสูบ หลังขยายอาณาจักรคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่ม 5 โครงการบนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของไทย สิ้นปี 2565 คาดว่าเซ็นสัญญาลูกค้าใหม่เพิ่มอีกกว่า 120,000 ตร.ม. พร้อมประกาศปิดดีลเช่าคลังสินค้า รูปแบบสร้างตามความต้องการ (Built-to-Suit) พื้นที่เช่ากว่า 30,000 ตร.ม. ในโครงการใหม่ บางกอกฟรีเทรดโซน 3 (BFTZ 3) ถนนบางนา-ตราด กม. 19 ให้แก่ลูกค้าผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ซึ่งวางแผนผลักดันให้คลังสินค้าแห่งใหม่นี้เป็น Logistics Hubs ของบริษัทฯ ด้วยสัญญาเช่าระยะยาว 15 ปี ตอกย้ำความต้องการพื้นที่บางพลีของภาคโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ยังขยายตัวต่อ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางขนส่งที่สำคัญของไทย

รัชนี มหัตเดชกุล

นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (“บริษัทฯ”) ในเครือบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาและบริหาร ‘โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน’ กล่าวว่า “ผลงานของ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ในปีนี้ถือว่าเติบโตตามเป้าที่วางไว้ ภายใต้กลยุทธ์ ‘มากกว่าพื้นที่’ (More Than Just Space) ในการส่งมอบอาคารตอบโจทย์การใช้งานผู้เช่าอย่างยืดหยุ่น เราจึงสามารถรักษาฐานผู้เช่าเดิมและเพิ่มเติมผู้เช่าใหม่เข้ามาต่อเนื่อง สำหรับไตรมาส 3 ของปี 2565 มีการเซ็นสัญญาของผู้เช่ารายใหม่เข้ามากว่า 100,000 ตร.ม. และคาดว่าจะปิดปีด้วยพื้นที่เช่าใหม่ทะลุ 120,000 ตร.ม. ล่าสุดเราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำของไทย มอบหมายให้พัฒนาอาคารคลังสินค้ารูปแบบ Built-to-Suit พื้นที่เช่า 30,000 ตร.ม. ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป (General Zone) ของโครงการ BFTZ 3 ถนนบางนา-ตราด กม.19 ด้วยสัญญาเช่าระยะยาว สะท้อนความเชื่อมั่นในด้านการพัฒนาอาคารของ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ บนทำเลยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต”

อาคารคลังสินค้าแห่งใหม่นี้ ได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามความต้องการของลูกค้า พัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัย ใช้ไฟระบบ LED ที่ช่วยเรื่องการประหยัดไฟ ยกระดับมาตรฐานการใช้งาน เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่รวบรวมศูนย์กระจายสินค้าเดิมของผู้เช่ามารวมไว้ในที่เดียวกัน ทำให้สามารถกระจายสินค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตอบสนองดีมานด์ด้านการขนส่งได้ทันท่วงที โดยทำการลงเสาก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าจะแล้วเสร็จและส่งมอบอาคารภายในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2566

พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ เป็นผู้พัฒนาและบริหารโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องการหาพื้นที่ทำเลศักยภาพและเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอาคาร พร้อมบริการ One Stop Service ปัจจุบันครองพื้นที่บางพลี ทั้งโครงการ BFTZ 1 บริเวณบางนา-ตราด กม.23, โครงการ BFTZ 3 ถนนบางนา-ตราด กม.19  และ โครงการ BFTZ  6 ถนนบางนา-ตราด กม.19  ที่กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนาอาคาร พร้อมเดินหน้าตามโรดแมปกับโครงการ BFTZ 4 บางปะกง ด้วยอาคารพร้อมใช้แบบ Ready Built และ เปิดตัวอาคาร Built-to-Suit โครงการ BFTZ 5 วังน้อย ในปีหน้า ซึ่งการขยายอาณาจักรกระจายตัวไปยังทำเลยุทธศาสตร์เหล่านี้ จะทำให้สามารถส่งมอบบริการได้อย่างครอบคลุม เนื่องด้วยแต่ละโลเคชั่นจะมีจุดเด่นตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรมแตกต่างกันไป

“ด้วยศักยภาพและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการในเขต EEC โครงการใหม่ของ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ที่ บางปะกง จะดึงดูดผู้เช่าในกลุ่มธุรกิจ S-Curve และ New S-Curve อาทิ ธุรกิจการแปรรูปอาหาร ห้องเย็น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเรามุ่งเน้นในส่วนของให้เช่าอาคารคลังสินค้าทั่วไป และอาคารเก็บสินค้าวัตถุอันตราย เป็นหลัก และตั้งเป้าว่าจะพัฒนาอาคาร Ready Built ที่สามารถปรับไปเป็น Built-to-Suit รวมถึงเตรียมที่ดินสำหรับรอพัฒนาอาคาร Built-to-Suit เพราะเมื่อเราขยายโครงการไปยังโลเคชั่นที่หลากหลาย ลูกค้าจะมีทางเลือกการใช้พื้นที่ได้มากขึ้น กลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามอง นอกจากกลุ่มโลจิสติกส์แล้ว ยังมีธุรกิจ EV ที่เข้ามาสร้างโอกาสให้กับทาง พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ เช่นกัน พร้อมอานิสงค์ของนักลงทุนต่างชาติที่เร่งขยายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย เชื่อมั่นว่าปี 2566 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญในสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาวรัชนี กล่าวเสริม

สำหรับภาพรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มโตต่อ โดยเฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร์โลจิกสติกส์ที่เอื้ออำนวยต่อการขนส่ง มีสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ ข้อมูลจาก บีโอไอ ระบุว่า คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2565 จะอยู่ที่ประมาณ 500,000 ล้านบาท มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากโครงการขนาดใหญ่ที่ทยอยเข้ามา ประกอบกับความขัดแย้งในภูมิภาคส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตมายังไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา อัตราเช่าคลังสินค้าและโรงงานในโครงการ BFTZ ยังคงสูงกว่า 90% และมีลูกค้าในไปป์ไลน์ที่กำลังเจรจาเช่าพื้นที่อีกหลายราย

spot_imgspot_img
spot_imgspot_img