
บมจ.ศุภาลัย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด Driven for Tomorrow ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวในกรอบจำกัด พร้อมเดินหน้าธุรกิจอย่างมั่นคง ควบคู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาโครงการในทำเลและรูปแบบที่สอดคล้องกับกำลังซื้อของตลาด ตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลียปี 2569 มูลค่า 45,000 ล้านบาท* พร้อมแผนเปิดโครงการใหม่ 28 โครงการ มูลค่า 35,000 ล้านบาท พร้อมลุยสุพรรณบุรีและเกาะสมุย เดินหน้าสร้างฐานรายได้ให้สมดุลมากขึ้นผ่านธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอสังหาฯ ออสเตรเลียที่ปี 2568 เติบโตกว่า 370% พร้อมรุกธุรกิจคลังสินค้าให้เช่า ควบคู่ยกระดับองค์กรด้วย Data Driven และกรอบ Sustainability Driven มุ่งสู่ Carbon Neutrality ปี 2050

ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นปีที่มีทั้งสัญญาณบวกและความท้าทายพร้อมกัน ด้านหนึ่งเศรษฐกิจยังเติบโตได้ แม้ชะลอลง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำลง และดอกเบี้ยนโยบายเริ่มมีทิศทางผ่อนคลาย แต่อีกด้านหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ทำให้กำลังซื้อและความสามารถในการกู้ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง นี่คือบริบทที่ทำให้บริษัทฯ ‘ต้องแม่น’ กับการบริหารธุรกิจอย่างดีในทุกมิติ ทั้งด้านสินค้า ทำเล ราคา การดูแลหลังการขาย และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ เพื่อเสริมความมั่นคงในระยะยาว ควบคู่กับการเสริมโครงสร้างธุรกิจผ่านการบริหารพอร์ตสินค้า การพัฒนาโครงการในจังหวัดที่มีศักยภาพ รวมถึงการยกระดับสินค้าและบุคลากรในองค์กร เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืน

ศุภาลัยตั้งเป้ายอดขายรวมในปี 2569 ทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียที่ 45,000 ล้านบาท* แบ่งเป็นเป้ายอดขายในประเทศไทย 30,000 ล้านบาท และเป้ายอดขายจากประเทศออสเตรเลีย 15,000 ล้านบาท* ขณะเดียวกันบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมทั้งสองประเทศที่ 37,500 ล้านบาท* โดยแบ่งเป็นตั้งเป้ารายได้ในประเทศไทย 27,000 ล้านบาท และเป้ารายได้จากประเทศออสเตรเลียประมาณ 10,500 ล้านบาท* โดยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสมดุล ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพโครงการพร้อมขาย เปิดตัวโครงการและขยายจังหวัดใหม่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาธุรกิจหลากมิติ ควบคู่ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยสินทรัพย์รวมกว่า 98,000 ล้านบาท เครดิตเรตติ้งระดับ A ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน พร้อมต้นทุนทางการเงินต่ำ สะท้อนความพร้อมในการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
“สุดท้ายลูกค้าตัดสินใจจากความมั่นใจ” ดร.ประทีป กล่าวพร้อมย้ำว่าบริษัทฯ จะยืนบน 3 เสาหลัก ได้แก่ คุณภาพสินค้า มาตรฐานก่อสร้าง และบริการหลังการขายที่เข้าถึงง่าย เพื่อให้ลูกค้ารู้สึก “สบายใจ” ตั้งแต่ตัดสินใจซื้อ “มั่นใจ” เมื่อเข้าอยู่ และบอกต่อได้จริง โดยภาพรวมสะท้อนทิศทางแบรนด์ปี 2569 Supalai Inspire Aesthetics of Life ที่มุ่งออกแบบคุณภาพชีวิตซึ่งมั่นใจได้ตั้งแต่วันแรกและยืนระยะอยู่ได้นาน

ด้านนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งความท้าทายจากปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและการดำเนินงาน แต่บริษัทฯ ได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งในศักยภาพขององค์กรและกระบวนการทำงาน รวมไปถึงความสามารถในการบริหารสถานการณ์ ทำให้ปี 2569 จะเป็น Year of Strength ที่ศุภาลัยจะเดินหน้าอย่างมั่นคงบนฐานที่พร้อมกว่าเดิม
สำหรับปี 2569 ศุภาลัยกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานผ่าน 3 ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่ เป้าหมายยอดขายในประเทศไทย 30,000 ล้านบาท มูลค่าโครงการเปิดใหม่ 35,000 ล้านบาท และงบซื้อที่ดิน 8,000 ล้านบาท เพื่อสร้างความต่อเนื่องของพอร์ตโครงการ พร้อมวางแผนเปิดโครงการใหม่รวม 28 โครงการ ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ–ปริมณฑลและภูมิภาค โดยบริหารพอร์ตให้สมดุลระหว่างโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม ด้านรายได้ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรับรู้รายได้ประมาณ 27,000 ล้านบาท โดยมีโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมโอนกรรมสิทธิ์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ , ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ และ ศุภาลัย คราม เขาเต่า รวมมูลค่า 6,080 ล้านบาท

โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีโครงการปิดการขายแล้ว (Sold out) ภายในปี รวม 21 โครงการ มูลค่าโครงการ 35,470 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 13 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียม 8 โครงการ และในปี 2569 นี้ บริษัทฯ ยังเตรียมเปิดตัวโครงการสำคัญ อาทิ “ศุภาลัย ลอฟ์คท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” และ “ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3” พร้อมขยายการพัฒนาไปยังจังหวัดสุพรรณบุรีและเกาะ สมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบคลุม 30 จังหวัดทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันบริษัทฯ ต่อยอดกรอบคิดเดียวกันสู่พาร์ท Global Driven โดยชูออสเตรเลียเป็นตลาดต่างประเทศที่เห็นศักยภาพชัดเจนจากตัวเลขผลงาน ปี 2568 ที่เติบโตกว่า 370% และปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ 15,000 ล้านบาท* โดยเน้นบริหารพอร์ตให้ “สมดุล” และเลือกโครงการที่ตอบโจทย์ดีมานด์จริง เพื่อให้รายได้ต่างประเทศเป็นฐานที่มีคุณภาพและช่วยเสริมเสถียรภาพบริษัทฯ ในระยะยาว
ในเชิงพอร์ตการลงทุน ปัจจุบันศุภาลัยกระจายการลงทุนในออสเตรเลียหลายรัฐ และในปี 2569 เตรียมเปิดใหม่ 1 โครงการในเมืองเมลเบิร์น ทำให้พอร์ตโครงการรวมอยู่ที่ 25 โครงการ ครอบคลุม 4 รัฐ 6 เมือง รวมมูลค่า 176,500 ล้านบาท* (ตามสัดส่วนการถือหุ้นของศุภาลัย) ซึ่งสะท้อนความพร้อมในการขยายการลงทุนอย่างเหมาะสมตามสภาพตลาดในแต่ละพื้นที่
เมื่อพูดถึงความยั่งยืน ศุภาลัยมองว่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องต้องอาศัยระบบการทำงานที่สามารถติดตาม วัดผล และปรับตัวได้จริง เพื่อรองรับสถานการณ์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในปี 2569 บริษัทฯ จึงเดินหน้าพัฒนาการทำงานในรูปแบบ Data Driven ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ “The Data Frontier” หรือศูนย์กลางข้อมูลขององค์กร (Central Brain) พร้อมวางกรอบ Data Governance ที่ชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลจากทุกหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัว และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ขณะเดียวกันศุภาลัยยังนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน “SABAI” โดยเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่กว่า 35 ฟีเจอร์ สะท้อนความมุ่งมั่นของศุภาลัยในการพัฒนานวัตกรรมและบริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกช่วงเวลา
ทิศทางการขับเคลื่อนของศุภาลัยในปี 2569 ไม่ได้สะท้อนเพียงผ่านตัวเลขและแผนธุรกิจ แต่ต่อยอดด้วยแนวคิด Sustainability Driven ซึ่งเป็นฐานสำคัญของ Driven for Tomorrow ภายใต้กรอบแนวคิดเติบโตโดยไม่สร้างต้นทุนให้อนาคต โดยคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อม ผู้อยู่อาศัย ผู้มีส่วนได้เสีย และความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ ก่อสร้าง ส่งมอบ ไปจนถึงการบริหารโครงการ
ในเชิงปฏิบัติ ศุภาลัยดำเนินงานด้านความยั่งยืนผ่าน 5 แนวทางหลัก ได้แก่ การออกแบบโครงการให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศตั้งแต่ต้นทาง (Comprehensive Design), Waste Management, Smart Energy, การเลือกใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่แผนระยะยาวด้าน Green Operations และการใช้พลังงานสะอาด โดยวางโรดแมปสู่ปี 2030 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 (ขอบเขต 1 และ 2) เพื่อเสริมความแข็งแรงของธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
หมายเหตุ * ตัวเลขจากประเทศออสเตรเลียเป็นมูลค่าเทียบเงินบาท (THB-Equivalent) สามารถเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน และตัวเลขจากประเทศออสเตรเลียทั้งหมดคิดตามสัดส่วนการถือหุ้นของศุภาลัย





