
กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนรุกอสังหาฯปี 2569 ชูพูลวิลล่า “ParQ Villa” เชิงทะเล ภูเก็ต เป็นโครงการเรือธง พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “I Leaf Privé” อีก 3 โครงการเสริมพอร์ตบ้านแนวราบบนทำเลเดิม มูลค่ารวม 1,900 ล้านบาท เดินหน้าอัดโปรแรง จ่าย 0 บาทอยู่ฟรี 2 ปี-ช่วยผ่อน 36 เดือน ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด พร้อมเสนอรัฐบาลต่อมาตรการกระตุ้นตลาดและผลักดันแนวคิด “ซื้อบ้านช่วยแก้หนี้ครัวเรือน”

นายหัสกร บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2569 ยังคงต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยลบภายนอกที่ยากต่อการควบคุม โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ทั้งในแง่ของภาคส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย นำไปสู่การปรับลดประมาณการ GDP ตลอดจนแรงกดดันต่อราคาพลังงาน ราคาสินค้า และต้นทุนการก่อสร้างที่มีแนวโน้มสูงขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างก็ยิ่งจะเพิ่มระดับความไม่แน่นอนให้รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบภายในในประเทศที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงถึงประมาณ 50% ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการซื้อและการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย

“แม้ตลาดที่อยู่อาศัยยังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน แต่ก็มีปัจจัยบวกที่ช่วยประคองสถานการณ์โดยเฉพาะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ระดับ 1% ช่วยลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือนและทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสกู้ผ่านได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันมีแนวโน้มว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะขยายมาตรการผ่อนคลาย LTV ต่อไป ด้านอุปทานใหม่ในตลาดก็เริ่มชะลอตัวลง เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายลดการเปิดตัวโครงการใหม่และหันมาเน้นการระบายสต็อกเดิมมากขึ้นช่วยลดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง นอกจากนี้ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีเสียงสนับสนุนเพียงพอช่วยให้เกิดเสถียรภาพต่อการวางนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยประคับประคองและเพิ่มโอกาสให้ตลาดที่อยู่อาศัยค่อยๆ ฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป” นายหัสกรกล่าว

ในปี 2569 บริษัทจึงมีแผนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจโดยเน้นการรักษาสภาพคล่องและการเปิดโครงการใหม่ในทำเลเดิมเป็นหลักรวม 4 โครงการ มูลค่ารวม 1,900 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการ พาร์ค วิลล่า (ParQ Villa) เชิงทะเล ภูเก็ต ในเฟสแรกจำนวน 22 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 24.9 ล้านบาท มูลค่า 650 ล้านบาท พร้อมกับการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ไอลีฟ พรีเว่” (I Leaf Privé) บ้านในสไตล์ Modern Contemporary ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงไม่เกิน 200 ยูนิตต่อโครงการ ใน 3 ทำเลศักยภาพ ได้แก่
-โครงการไอลีฟ พรีเว่ ลำลูกกา คลอง 3 เป็นทาวน์โฮมขนาดใหญ่ 113 ยูนิต ราคาเริ่ม 3.29 ล้านบาท เป็นโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน อยู่ติดกับ Vista Space คอมมูนิตี้ มอลล์ที่กำลังจะสร้างใหม่ นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้ตลาดลาดสวาย (500เมตร) และ Max Value โดยจะเปิดตัวในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้
-โครงการไอลีฟ พรีเว่ ถลาง ภูเก็ต ที่มีทั้งทาวน์โฮมและบ้านแฝดรวม 187 ยูนิต ราคาเริ่ม 2.79-4.99 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี
-โครงการไอลีฟ พรีเว่ พระราม 2 กม. 14 เป็นบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมเพียง 15 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 9 ล้านบาท มีกำหนดเปิดขายตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดบริษัทมุ่งเน้นการลดภาระให้ผู้บริโภคสามารถซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น โดยการช่วยผ่อนนาน 2-3 ปี พร้อมโปรโมชั่นของแจกของแถมที่ทำให้ลูกค้าใช้จ่ายน้อยที่สุดและสามารถลากกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย ล่าสุดบริษัทได้จัดโปรโมชั่นพิเศษในงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 49 ระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อาทิ อยู่ฟรี 2 ปี จ่าย 0 บาท ช่วยผ่อนให้สูงสุด 36 เดือน ลุ้นทอง 1 บาท ทุกแปลง แถมฟรี เฟอร์นิเจอร์ แอร์ ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าส่วนกลาง 3 ปี ผ้าม่านทั้งหลัง หลังคาที่จอดรถ ปั๊มน้ำ-แท็งก์น้ำ ค่ามิเตอร์น้ำ-ไฟ Gift Voucher Solar Cell (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) สำหรับผู้จองซื้อโครงการไอลีฟ 18 โครงการพร้อมอยู่ บน 10 ทำเล ได้แก่ รามอินทรา-คู้บอน พระราม 2 ประชาอุทิศ 90 รังสิต ลำลูกกา ราชพฤกษ์ – กาญจนาฯ สมุทรสาคร เทพารักษ์ – บางบ่อ พัทยา และภูเก็ต เฉพาะในงานเท่านั้น

นายหัสกร กล่าวอีกว่า ในส่วนของเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,500 ล้านบาท และเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 2,000 ล้านบาท จากโครงการใหม่และโครงการในมือรวมทั้งสิ้น 18 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2568 บริษัทสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 2,400 ล้านบาท และมียอดโอนประมาณ 1,700 ล้านบาท ซึ่งแม้จะลดลงจากเป้าหมายเดิมเนื่องจากปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อที่รุนแรงในตลาดรวม แต่บริษัทยังสามารถรักษายอดขายได้ใกล้เคียงเป้าหมายจากการใช้กลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2569 ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องการแรงสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อช่วยประคับประคองตลาดให้สามารถผ่านแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศไปได้ จึงอยากเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือร้อยละ 0.01 ควบคู่ไปกับการขยายระยะเวลาผ่อนคลายมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV ออกไปเพิ่มเติม เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในตลาด ขณะเดียวกันยังเห็นว่าภาครัฐควรสนับสนุนให้การซื้อที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หรือที่เรียกว่าแนวคิด “ซื้อบ้านแก้หนี้” โดยเปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถนำวงเงินกู้ส่วนเพิ่มประมาณ 10% ซึ่งเดิมกำหนดไว้สำหรับการตกแต่งบ้าน มาปรับวัตถุประสงค์เป็นการปิดหนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือหนี้ผ่อนรถยนต์ เพื่อเปลี่ยนหนี้ที่ไม่มีหลักประกันให้กลายเป็นหนี้ที่มีบ้านเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน
“แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดภาระการผ่อนชำระรายเดือนของประชาชนได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งลดความเสี่ยงการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ในระบบการเงิน โดยเป็นมาตรการที่สามารถดำเนินการได้โดยที่ภาครัฐไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมแม้แต่บาทเดียว”

นายหัสกร กล่าวปิดท้ายด้วยว่า บริษัทมีกำหนดเปิดตัวโครงการ พาร์ค วิลล่า (ParQ Villa) เชิงทะเล ภูเก็ต มูลค่า 650 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโครงการเรือธงของบริษัทในไตรมาส 2 โดยโครงการพัฒนาภายใต้แนวคิด “The Harmony of Living” เน้นความสมดุลและการใช้ชีวิตสอดคล้องกับธรรมชาติเพื่อความสุขที่ยั่งยืน โดยมีจุดเด่นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 5 ไร่ ที่ออกแบบพื้นที่สีเขียวเป็น 3 เลเยอร์ ประกอบด้วย ลำธารธรรมชาติ เลนสำหรับวิ่งและจักรยาน และพรรณไม้ที่ร่มรื่น ซึ่งจากการเริ่มติดป้ายโฆษณาโครงการเพียง 1 สัปดาห์ พบว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีและเริ่มมียอดจองเข้ามาบ้างแล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและเอกลักษณ์ของโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.parqvilla.com และเบอร์/whatsapp +66 81 639 2244





