Thursday, 25 June 2026 - 3:09 am
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120
Thursday, 25 June 2026 - 3:09 am
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย หนึ่งในผู้นำอสังหาฯ วางหมากธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Multi-Asset Class Portfolio ยืนหยัดฝ่าคลื่นเศรษฐกิจได้ในทุกสถานการณ์

ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่มีความเปราะบาง เผชิญแรงกดดันจากทั้งในไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง กำลังซื้อถดถอย หรือประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ ได้ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง ถึงแม้สถานการณ์จะไม่สดใส แต่บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย สามารถยืนหยัดสร้างผลการดำเนินงานได้อย่างมั่นคง สะท้อนจากตัวเลขผลประกอบการของปีงบการเงินปี 2568 (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) มีรายได้อยู่ที่ 14,686 ล้านบาท กำไร 1,455 ล้านบาท ทรงตัวจากปี 2567 ซึ่งมีรายได้ 14,621 ล้านบาท กำไร 1,467 ล้านบาท

เบื้องหลังความแข็งแกร่งนี้มาจากการเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกของไทยที่ถูกออกแบบมาอย่างมี
กลยุทธ์ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก คือ ที่อยู่อาศัย (Residential) อุตสาหกรรม (Industrial) และพาณิชยกรรม (Commercial Mixed-Use) ซึ่งเกิดขึ้นหลังรวมกิจการกับบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ เมื่อปี 2562 โดยนอกจากจะทำให้บริษัทเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงจากพอร์ตโฟลิโอที่มีสินทรัพย์หลากหลาย (Multi-Asset Class Portfolio) ยังเป็นการรวมประสบการณ์และความเข้าใจเชิงลึกในตลาดประเทศไทยเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการบริหารอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่มีธุรกิจอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ออสเตรเลีย และยุโรป ซึ่งเป็นความแตกต่างและโดดเด่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย

วาง 6 เครื่องยนต์สร้างรายได้จากการขาย-รายได้ประจำ

เมื่อมองเจาะลึกลงไป เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีทั้งหมด 6 ธุรกิจที่เป็นเครื่องยนต์สร้างการเติบโต ผสมผสานระหว่างธุรกิจที่สร้างรายได้จากการขายอย่างที่อยู่อาศัยแนวราบ, ที่อยู่อาศัยแนวสูง และธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ ทั้งอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์, นิคมอุตสาหกรรม, อาคารสำนักงานและโรงแรม และรีเทล การจัดโครงสร้างด้วย 6 ธุรกิจเป็นการวางรากฐานพอร์ตโฟลิโอให้มีเสถียรภาพและยืดหยุ่น ช่วยกระจายความเสี่ยง และป้องกันผลกระทบจากภาวะผันผวนของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

โดยมีธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ บริษัทมีโซลูชันการบริการครบวงจรตั้งแต่การจัดหาที่ดินถึงการก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้รอบด้าน พร้อมรองรับ 2 กระแสหลักทั้งการขยายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานเข้ามาในอาเซียน รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น บริษัทมีพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมระดับพรีเมียมกับจุดเด่นของโครงการมิกซ์ยูสบนทำเล CBD ที่ผสมผสานพื้นที่อาคารสำนักงานและรีเทลเข้าด้วยกัน ได้แก่ One Bangkok, Park Ventures, Sathorn Square, The PARQ, FYI Center, Samyan Mitrtown และ Silom Edge โดยสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมือง และยังหนุนด้าน
ทราฟฟิกอีกด้วย

สำหรับธุรกิจที่อยู่อาศัยมีโปรดักท์ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ของตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ตั้งแต่บ้านระดับลักชัวรี ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์อย่าง The Grand, Grandio, Gramour, Gute’ และ Goldina

ผสานความแข็งแกร่งของธุรกิจผ่านเครือข่ายระดับสากล

จากจุดแข็งของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด จึงมีเครือข่ายระดับสากลที่ผนึกความร่วมมือทั้งด้านองค์ความรู้และประสบการณ์ รวมถึงเชื่อมโยงฐานลูกค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะในธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่ดึงศักยภาพของเครือข่ายมาต่อยอดสู่การให้บริการลูกค้าข้ามชาติได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้บริษัทขยายบทบาทจากผู้ให้บริการในประเทศไทยสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ที่สามารถสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าได้ในระดับภูมิภาค

การผนึกกำลังกันภายในเครือเพื่อเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่งยังครอบคลุมถึงการผนวก One Bangkok เข้ามาอยู่ภายใต้แพลตฟอร์มการดำเนินงานเดียวกัน เป็นการผสานทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงด้านการปล่อยเช่า การบริหารสินทรัพย์ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เช่าไว้ในระบบเดียวกันอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานและการดูแลผู้เช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เชื่อมต่อศักยภาพของทุกกลุ่มสินทรัพย์เข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต

มั่นใจปี 69 ธุรกิจยังขยายตัวได้แม้เศรษฐกิจซบ

จากแนวทาง Multi-Asset Class Portfolio ที่ขับเคลื่อนจาก 6 เครื่องยนต์ธุรกิจ ทำให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยสามารถปรับกลยุทธ์การดำเนินงานได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 15,000 ล้านบาท โดยวางธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเป็นเครื่องยนต์หลักในการปั๊มรายได้ ตั้งเป้าขยายพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าภายใต้การบริหารจัดการจาก 3.8 ตร.ม. สู่ 4 ล้านตร.ม. รวมถึงขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจาก1,891 ไร่ เป็น 3,800 ไร่ในอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) และเตรียมพัฒนาเพิ่มเติมอีก 2,200 ไร่ในจังหวัดชลบุรี

สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงานและรีเทล หลังผนวกกับโครงการวัน แบงค็อก ได้หนุนให้บริษัทมีพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วย 7 โครงการมิกซ์ยูส พื้นที่รวมกว่า 1.8 ล้านตร.ม. ขณะที่ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบจะเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่า 7,300 ล้านบาท

แผนงานและเป้าหมายข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงการเดินเครื่องธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความไม่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งมาจากวิสัยทัศน์ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยที่เป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์กับกลยุทธ์สร้างการเติบโตด้วย Multi-Asset Class Portfolio พร้อมการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพจากทีมผู้บริหารและทีมงานมืออาชีพที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน 

ด้วยโครงสร้างของพอร์ตโฟลิโอที่วางไว้อย่างแข็งแรง บริษัทพร้อมต่อยอดจุดแข็งที่มีอยู่ และมุ่งคว้าโอกาสใหม่ ๆ จากการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

spot_imgspot_img
spot_imgspot_img