Friday, 23 October 2026 - 4:23 pm
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120
Friday, 23 October 2026 - 4:23 pm
GDN-corporate-980x120
banner SENTRYSAFE
Ads_980_120

“มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” พลิกผืนดินหนองแดสู่แลนด์มาร์กระดับโลก ชูศักยภาพเกษตรไทยสู่สายตานานาชาติ ปักหมุดขุมพลังเศรษฐกิจใหม่แห่งอีสาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร จัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อม “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานแถลงข่าว พร้อมด้วย นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมแถลงความพร้อมในการจัดงาน ขณะที่ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มอบหมายให้ นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ร่วมแถลงความพร้อมของจังหวัดในการต้อนรับผู้เข้าชมจากทั่วโลก โดยมี นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ และ ดร.เดวิด มกรพงศ์ คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในงานแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย

โดยมหกรรมครั้งนี้ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living) ชูไฮไลต์ สวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็น สวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และ สวนนานาชาติภายในอาคาร 16 สวน สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน สวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน และไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น พร้อมนิทรรศการและกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน คาดกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมผลักดันจังหวัดอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

นายวัชระพล ขาวขำ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานแถลงข่าวมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พุทธศักราช 2569 ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพด้านการเกษตรพืชสวน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความงดงามของวัฒนธรรมไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาคมนานาชาติ งานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันเกื้อกูลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการพัฒนาภาคการเกษตรให้เติบโตควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

ขณะที่ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยจุดเด่นของงานว่า เป็นการรวบรวมพืชพรรณ การออกแบบสวน และองค์ความรู้ด้านการเกษตรไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งสวนนานาชาติ การจัดแสดงพรรณไม้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ตลอดจนการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรสามารถนำแนวคิดด้านการจัดการการผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และนวัตกรรมที่เหมาะสมกลับไปปรับใช้ ขณะที่ประชาชนและเยาวชนจะได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ ผ่านการจัดแสดงและกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน รวมถึงได้สัมผัสภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอีสาน

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานหลักร่วมกับจังหวัดอุดรธานีและสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมงานครั้งนี้มีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานีในทุกมิติ พร้อมได้รับการตอบรับและสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี โดยมีประเทศภาคีสมาชิกและองค์กรนานาชาติตอบรับเข้าร่วมจัดแสดงสวนนานาชาติรวม 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็น สวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และ สวนนานาชาติภายในอาคาร 16 สวน พร้อมด้วย สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมี สวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน รวบรวมพรรณไม้เด่นและพรรณไม้หายากจากทั่วโลกจำนวนหลายหมื่นต้น อาทิ สวนนุ่นยักษ์จากทวีปอเมริกาใต้ สวนอินทผลัมยักษ์ สวนเบาบับด่าง สวนมะกอกโอลีฟ ต้นงิ้ว สนใบพาย และไม้ดัดรูปทรงแปลกตาจากประเทศจีน ซึ่งบางต้นมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท พร้อมจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนรวมกว่า 1 ล้านต้น ตลอดระยะเวลาการจัดงาน มีการจัดนิทรรศการ 16 นิทรรศการ แบ่งเป็น นิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร 8 นิทรรศการ และนิทรรศการภายนอกอาคาร 8 นิทรรศการ การประกวดพืชพรรณ 7 ประเภท และกิจกรรมประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และนวัตกรรมสีเขียว

โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 โซนสำคัญ ได้แก่ 1. โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการข้อมูลแก่ผู้เข้าชม 2. โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก นำเสนอความงดงามและความหลากหลายของพรรณไม้ พร้อมอาคารสำคัญ เช่น เรือนอีสาน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น 3. โซนสวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจากประเทศและองค์กรนานาชาติ 4. โซนนิทรรศการภายในอาคาร ประกอบด้วย อาคารเรือนกระจก สำหรับจัดแสดงนิทรรศการวิชาการหมุนเวียนและการประกวดพืชพรรณ อาคารอำนวยการ สำหรับจัดแสดงสวนนานาชาติภายในอาคาร โรงเรือนไม้ในร่มที่จัดแสดงไม้ประดับและกล้วยไม้ และ โรงเรือนจัดแสดงสวนพืชทะเลทราย ที่จัดแสดงพืชตระกูลแคคตัส 5. โซนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคาร อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการไม้ผลและเทคโนโลยีการเกษตร สวนไม้ดอกไม้และกล้วยไม้และสวนบัว และนิทรรศการคาร์บอนเครดิต และ 6. โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ ถ่ายทอดความหลากหลายของพรรณไม้และองค์ความรู้ด้านการเพาะขยายพันธุ์พืช เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ควบคู่กับการเรียนรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมตลอดเส้นทางการเยี่ยมชม

อีกหนึ่งจุดเด่นคือสถาปัตยกรรมที่ผสานอัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานเข้ากับธรรมชาติ ด้วยการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ได้แก่ 1. อาคารประชาสัมพันธ์ หรือ “อาคารรูปไห” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง และ “ข้อง” ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่สำหรับใส่ปลา 2. อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่ผสานแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัวโดยภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย “พระพุทธภัทรบรมสุข” พร้อมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ผลพระคุณ ธ รักษา” และนิทรรศการ “134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้” 3. อาคารอำนวยการ หรือ “อาคารรูปไซ” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน 4. อาคารเรือนกระจก ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เฮือนแฝด” ผสานการออกแบบร่วมสมัย เน้นความโปร่งโล่งและการถ่ายเทอากาศ 5. หมู่บ้านอีสาน ถ่ายทอดวิถีชีวิตและความผูกพันของครอบครัวชาวอีสาน ผ่านการจำลองเรือนพื้นถิ่นดั้งเดิมรูปแบบต่างๆ

ด้านกิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่อง ในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 10 ปี และ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 6 รอบ พร้อม จัดแสดงพระราชกรณียกิจ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร นอกจากนี้ ยังมี การแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการตลอด 134 วัน ณ “ลานตุ้มโฮม”รวมถึงเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ ตลอดจน “ตลาดชุมชนริมน้ำ” ที่รวบรวมร้านค้าท้องถิ่น 50 ร้าน หมุนเวียนจำหน่ายอาหาร สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้แนวคิดตลาดรักษ์โลกที่มุ่งลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมการคัดแยกขยะ

นายรพีภัทร์ กล่าวเสริมว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานีให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด การจัดการขยะและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแนวทาง ISO 20121 และ ESG โดยได้รับการรับรองฉลาก Carbon Neutral Self-Declaration พร้อมจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Green City Conference เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเมืองสีเขียวและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนวางแผนพัฒนาพื้นที่หลังจบงานให้เป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน ศูนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ศึกษาระบบนิเวศ และสวนสาธารณะ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้และใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้าน นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติ และ ยืนยันความพร้อมต้อนรับผู้เข้าชมทั้งชาวไทยและต่างชาติตลอด 134 วัน โดยบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งด้านคมนาคม ที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย พร้อมพื้นที่จอดรถภายนอกงานและบริการรถรับ–ส่ง อีกทั้งมุ่งผลักดันให้ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) วัดป่าภูก้อน คำชะโนด และ ทะเลบัวแดง ซึ่ง CNN ยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 15 ทะเลสาบที่แปลกที่สุดในโลก พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่จังหวัดใกล้เคียงและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค

ขณะที่ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า การได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 สะท้อนศักยภาพและความเชื่อมั่นของนานาชาติที่มีต่อประเทศไทย พร้อมเป็นโอกาส ยกระดับภาพลักษณ์และขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ระดับนานาชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยวส่งเสริมการค้า การลงทุน ความร่วมมือระหว่างประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการไทย โดย TCEB มุ่งผลักดันอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการจัดงานไมซ์และงานนานาชาติในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาคสู่ระดับประเทศ และเสริมความเชื่อมั่นในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกในอนาคต

ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัส “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ระหว่างวันที่
1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570
เปิดทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น. ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บัตรบุคคลทั่วไปราคา 199 บาท สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ เว็บไซต์ https://www.allticket.com/event/UdonExpo2026 และจุดจำหน่ายบัตรหน้างาน พร้อมบัตรเจ้าบ้านอุดรธานี บัตรเครือสบายดี บัตรแบบกลุ่ม และบัตรเข้าชมฟรีสำหรับผู้มีสิทธิ์สอบถามรายละเอียดที่ www.udonthaniexpo2026.com  หรือ LINE Official Account: @organizer.udonexpo

spot_imgspot_img
spot_imgspot_img